ผู้บริหาร สปสช.เขต 2 พิษณุโลก ลงพื้นที่พบบุคลากรสาธารณสุข โรงเรียน สร้างความมั่นใจฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กวัยเรียน ช่วยลดอัตราป่วย-เสียชีวิตของหญิงไทย และปลอดภัยแน่นอน


 จากกรณีที่เด็กหญิงจำนวนหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลกมีอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (เอชพีวี) ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล รองผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 2 พิษณุโลก พร้อมกับ นางสาวสมจิตร บุญชัยยะ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามและให้กำลังใจการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (เอชพีวี)  ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยมีนางธนัญญา พ่วงศร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกร่าง และบุคลากรสาธารณสุข ร่วมให้ข้อมูล

ทพ.สันติ ศิริวัฒนไพศาล รองผู้อำนวยการ สปสช.เขต 2 พิษณุโลก เปิดเผยว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) โดยความเห็นชอบจากรัฐบาล ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ผ่านทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ให้กับกลุ่มเป้าหมายนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ทั่วประเทศ จำนวน 400,000 คน ให้บริการปีนี้เป็นปีแรกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้เพื่อลดการป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงไทยอันดับต้นๆ ของประเทศ จากสถิติหญิงไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก จำนวน 6,400 ราย เสียชีวิตจำนวน 3,000 กว่าราย/ปี เฉลี่ยแล้วเสียชีวิต 9 ราย/วัน ดังนั้น หากหญิงไทยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (เอชพีวี) ตั้งแต่อายุ 9 ปี   จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 95%

ส่วนกระแสข่าวอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก อาจทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนกังวลใจที่จะรับบริการนั้น นางสาวสมจิตร บุญชัย นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กล่าวยืนยันว่า ข้อมูลการเฝ้าระวังอาการหลังรับวัคซีนเอชพีวี ในนักเรียนหญิง ป.5 จ.พระนครศรีอยุธยา ปีการศึกษา 2558-2559 จำนวน 15,000 ราย อาการที่พบได้บ่อย คือ ปวด แดงบริเวณฉีด 18-22% ไข้ 10% คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ 0.8% หอบหืด 0.1% แต่ไม่พบอาการรุนแรงต่อร่างกายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การให้บริการฉีดวัคซีนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จะต้องฉีดวัคซีนจำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 2 มีกำหนดให้บริการอีกในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 (ภายหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก 6 เดือน) ควรจัดสถานที่ให้บริการเป็นรายบุคคลและมุมผ่อนคลายแก่นักเรียนเพื่อลดความวิตกกังวล ส่วนเด็กที่มีอาการไข้ขึ้นสูงต้องงดเว้นการฉีดวัคซีน และหากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ปอด หอบหืด ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนเพื่อเฝ้าระวังอาการข้างเคียง

ทั้งนี้หลังจากเยี่ยมทีมบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกร่างแล้ว ผู้บริหาร สปสช.เขต 2 พิษณุโลก สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก ได้ลงพื้นที่พบคณาจารย์โรงเรียนบ้านกร่าง (พระขาวชัยสิทธิ์) นำโดย นายกมล มนตรีวิวัฒน์ ผู้อำนวยการ เพื่อให้ความมั่นใจถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนในวัยเด็ก และผลข้างเคียงเป็นอาการปกติพบได้ในการฉีดวัคซีนทั่วไป ซึ่งการฉีดวัคซีนในนักเรียนหญิงป.5 จำนวน 15 ราย เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา  มีอาการข้างเคียง จำนวน 4 ราย โดยมีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด เนื่องจากมีโรคประจำตัวเป็นหอบหืด จำนวน 1 ราย ขณะที่อีก 3 ราย พบว่าเป็นความวิตกกังวล แพทย์สอบถามพูดคุยแล้วไม่มีอาการน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

 
ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง :
 
กลับ ขึ้นบน